nickname net =}
วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ส่งงาน part 3 ของ ครูชินโชติ
ส่งงาน part 3
Part3 ทดลองเข้าใช้งาน และตอบคำถามว่าบริการเหล่านี้คืออะไร
Part3 สมัคร Google Accounts (หากมีอยู่แล้วไม่ต้องสมัครใหม่) ทำการค้นหาข้อมูลรายละเอียดบริการต่างๆ ด้านล่าง ทดลองเข้าใช้งาน และตอบคำถามว่าบริการเหล่านี้คืออะไร สามารถนำไปใช้ประยุกต์ใช้งานได้อย่างไร
3.1 Google Calendar
3.2 Google Docs
3.3 Google Reader
3.4 Google Talk
3.5 Gmail
3.6 Google Groups
3.7 Google Maps
3.8 Google Notebook
3.9 Picasa
3.10 YouTube
---------------------------------------------------
3.1 Google Calendar
ตอบ เป็นปฎิทินที่เอาไว้อัพเดทความเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็นตารางงานเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจำอะไรมากมายในในชีวิตประจำวันแต่สามารถมาบันทึกลงGoogle Calender ได้เลยเวลาอยากรู้ว่าวันนี้เราต้องทำอะไรบ้างก็สามารถเปิดดูจากตัวแอปพลิแคชั่นGoole Calender ได้
3.2 Google Docs
ตอบ เป็นตัวโปรแกรมไว้อัพเดทรูปถ่าย วีดีโอ งานที่จะนำเสนอ สามารถรวบรวมเก็บข้อมูลไว้ได้
3.3 Google Reader
ตอบ ส่วนการแชร์บทความแทนที่จะเป็นการให้คนอื่นมาดูว่าเราอ่านอะไร บ้างแบบเว็บอื่นๆ
3.4 Google Talk
ตอบ ไว้แชทคุยกับเพื่อนหรือบุคคลที่มีอยู่ในบัญชี Gmail ของเรา
3.5 Gmail
ตอบ เป็นส่วนหนึ่งของEmail ที่ลักษณะการใช้งานจะคล้ายๆ Hotmail แต่อาจมีหน่วยรองรับความจำได้มากกว่าHotmail
3.6 Google Groups
ตอบ สามารถสนทธนาออนไลน์ได้และมีแอปพลิแคชั่นหลายอย่างได้แก่ เช่น
กลุ่มข่าว กลุ่มศิลปะบันเทิง เป็นต้น.
3.7 Google Maps
ตอบ แผนที่ไว้สำหรับค้นหาแผนที่ ลักษณะภูมิอากาศ สภาพอากาศ
3.8 Google Notebook
ตอบ สามารถลงชื่อเข้าทางโน็ตบุ๊คหรือโทรศัพท์มือถือ
3.9 Picasa
ตอบ อวดภาพให้เพื่อนๆเห็นแชร์ภาพถ่ายให้เพื่อนรู้ๆ
3.10 Youtube
ตอบ อัพเดทแชร์วีดีโอให้เพื่อนๆมาชม
3.7 Google Maps
ตอบ แผนที่ไว้สำหรับค้นหาแผนที่ ลักษณะภูมิอากาศ สภาพอากาศ
3.8 Google Notebook
ตอบ สามารถลงชื่อเข้าทางโน็ตบุ๊คหรือโทรศัพท์มือถือ
3.9 Picasa
ตอบ อวดภาพให้เพื่อนๆเห็นแชร์ภาพถ่ายให้เพื่อนรู้ๆ
3.10 Youtube
ตอบ อัพเดทแชร์วีดีโอให้เพื่อนๆมาชม
วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554
ตอบคำถาม Part2 ให้นักเรียนใช้ search engine (www.google.co.th)
Part2 ให้นักเรียนใช้ search engine (www.google.co.th) ค้นหาและตอบคำถาม อธิบายผลลัพธ์ที่ได้ เหตุใดถึงได้คำตอบเช่นนั้น และประโยชน์ของชุดคำสั่ง ซินแท็กซ์ที่ใช้
1. facebook site:www.ku.ac.th (site:)
ตอบ เว็บไซต์ (Web Site) คือ เป็นแหล่งเก็บข้อมูลเว็บเพจหลายๆ เว็บเพจ แล้วรวบรวมเว็บเพจเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อจัดตั้งขึ้นเป็นเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์นั้นจะต้องมีรหัสหรือชื่อโดเมน (Domain Name) ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารเพื่อการเชื่อมโยงเข้าหาเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต
2. Site:www.cmu.ac.th filetype:pdf (site: filetype: )
ตอบ เป็นคำสั่งใช้ค้นหาประเภทของไฟล์ที่ต้องการ เช่น filetype:pdf intel E8400 จะหมายถึงการค้นหาไฟล์ PDF ที่มีข้อมูลของ Intel E8400
3. 3.5 USD in yuan
ตอบ เป็นการหาอัตตาค่าแลกเปลี่ยนระหว่างสกุนเงินเช่นที่ครูให้มา3.5 U.S. dollars = 23.2838164 Chinese yuan
4. ในครั้งแรกให้ทำการค้นหาโดยใช้คีย์เวิร์ด โหน่ง และครั้งที่สองใช้คำว่า โหน่ง ‐เท่ง ( ‐ )
ตอบ ในครั้งแรก google จะหาข้อมูลมาเพียงแค่คนชื่อโหน่งแต่พอใส่ -(โหน่ง - เท่ง) จะพบว่าข้อมูลจะเปลี่ยนไปทันที
5. "parent directory" DVDRip ‐xxx ‐html ‐htm ‐php ‐shtml ‐opendivx ‐md5 ‐md5sums (“ “ ‐ )ตอบ เป็นการหาข้อมูลของgoogle วิธีนี้จะใช้การหาดาวน์โหลดโปรแกรม แคร็ก ซีดี คีย์ หรือต่างๆนานา
6. Intitle: index.of mp3 (intitle:)
ตอบ เป็นการค้นหาเฉพาะเรื่องเช่น เพลง
7. ผลลัพธ์ในการค้นหาของ Google จะถูกจัดอันดับเรียงตาม Keyword ที่ใส่ และ PageRank คำว่า PageRank นี้หมายถึงอะไร มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ โดยหลักแล้วก็คือ "ความน่าเชื่อถือของเว็บเพจนั้น ๆ" มีค่า 1 - 10 โดยการวัดจากหลายปัจจัยปัจจัยหลักก็คือจำนวน Link ที่มี"คุณภาพ" ที่เชื่อมมายังเพจของเรา คำว่า "คุณภาพ" หมายถึง Link ที่มี PageRankที่ดี และต้องมีเนื้อหาที่เชื่อมโยง หรือเกี่ยวเนื่องกับเพจของเรา จำนวน Linkที่มากแต่เนื้อหาไม่เกี่ยวเนื่องกันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับ Google และเนื่องจาก Google สามารถเข้าใจในภาษาต่าง ๆมากมาย ทำให้ Google สามารถทำการวิเคราะห์เนื้อหาของเว็บเพจได้เองหน้าที่มี PageRank ดีอาจจะไม่จำเป็นต้องแสดงในลำดับที่ดีเสมอไปเมื่อเราค้นด้วย Google เพราะ Keywordและโครงสร้างของเว็บจะมีผลด้วยเช่นกัน แต่ PageRank จะมีประโยชน์เมื่อเราต้องนำเว็บของเราไปแข่งกับคนอื่นเพราะเมื่อเรามี Keyword เหมือนคู่แข่งแล้ว PageRank ที่ดีจะช่วยให้เราได้ลำดับในการแสดงที่ดีตามไปด้วย
8. หากต้องการให้ผลลัพธ์จากการค้นหาอยู่ในอันดับต้นๆ จะใช้เทคนิควิธีการ SEO วิธีการนี้หมายถึงอะไร และมีการทำอย่างไร
1. facebook site:www.ku.ac.th (site:)
ตอบ เว็บไซต์ (Web Site) คือ เป็นแหล่งเก็บข้อมูลเว็บเพจหลายๆ เว็บเพจ แล้วรวบรวมเว็บเพจเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อจัดตั้งขึ้นเป็นเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์นั้นจะต้องมีรหัสหรือชื่อโดเมน (Domain Name) ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารเพื่อการเชื่อมโยงเข้าหาเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต
2. Site:www.cmu.ac.th filetype:pdf (site: filetype: )
ตอบ เป็นคำสั่งใช้ค้นหาประเภทของไฟล์ที่ต้องการ เช่น filetype:pdf intel E8400 จะหมายถึงการค้นหาไฟล์ PDF ที่มีข้อมูลของ Intel E8400
3. 3.5 USD in yuan
ตอบ เป็นการหาอัตตาค่าแลกเปลี่ยนระหว่างสกุนเงินเช่นที่ครูให้มา3.5 U.S. dollars = 23.2838164 Chinese yuan
4. ในครั้งแรกให้ทำการค้นหาโดยใช้คีย์เวิร์ด โหน่ง และครั้งที่สองใช้คำว่า โหน่ง ‐เท่ง ( ‐ )
ตอบ ในครั้งแรก google จะหาข้อมูลมาเพียงแค่คนชื่อโหน่งแต่พอใส่ -(โหน่ง - เท่ง) จะพบว่าข้อมูลจะเปลี่ยนไปทันที
5. "parent directory" DVDRip ‐xxx ‐html ‐htm ‐php ‐shtml ‐opendivx ‐md5 ‐md5sums (“ “ ‐ )ตอบ เป็นการหาข้อมูลของgoogle วิธีนี้จะใช้การหาดาวน์โหลดโปรแกรม แคร็ก ซีดี คีย์ หรือต่างๆนานา
6. Intitle: index.of mp3 (intitle:)
ตอบ เป็นการค้นหาเฉพาะเรื่องเช่น เพลง
7. ผลลัพธ์ในการค้นหาของ Google จะถูกจัดอันดับเรียงตาม Keyword ที่ใส่ และ PageRank คำว่า PageRank นี้หมายถึงอะไร มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ โดยหลักแล้วก็คือ "ความน่าเชื่อถือของเว็บเพจนั้น ๆ" มีค่า 1 - 10 โดยการวัดจากหลายปัจจัยปัจจัยหลักก็คือจำนวน Link ที่มี"คุณภาพ" ที่เชื่อมมายังเพจของเรา คำว่า "คุณภาพ" หมายถึง Link ที่มี PageRankที่ดี และต้องมีเนื้อหาที่เชื่อมโยง หรือเกี่ยวเนื่องกับเพจของเรา จำนวน Linkที่มากแต่เนื้อหาไม่เกี่ยวเนื่องกันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับ Google และเนื่องจาก Google สามารถเข้าใจในภาษาต่าง ๆมากมาย ทำให้ Google สามารถทำการวิเคราะห์เนื้อหาของเว็บเพจได้เองหน้าที่มี PageRank ดีอาจจะไม่จำเป็นต้องแสดงในลำดับที่ดีเสมอไปเมื่อเราค้นด้วย Google เพราะ Keywordและโครงสร้างของเว็บจะมีผลด้วยเช่นกัน แต่ PageRank จะมีประโยชน์เมื่อเราต้องนำเว็บของเราไปแข่งกับคนอื่นเพราะเมื่อเรามี Keyword เหมือนคู่แข่งแล้ว PageRank ที่ดีจะช่วยให้เราได้ลำดับในการแสดงที่ดีตามไปด้วย
8. หากต้องการให้ผลลัพธ์จากการค้นหาอยู่ในอันดับต้นๆ จะใช้เทคนิควิธีการ SEO วิธีการนี้หมายถึงอะไร และมีการทำอย่างไร
ตอบ ตอบ SEO ย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization แปลเป็นไทยว่าการปรับปรุงองค์ประกอบทั้งภายนอก และภายในที่ผลต่อเว็บไซต์ ให้ได้มาซึ่งอันดับที่ดีใน Search Engine ซึ่ง Search Engine ที่คนไทยนิยมใช้และเป็นที่รู้จักกันดีเห็นจะมีอยู่สองเจ้าคือ
1. Google Search Engine
2. Yahoo Search Engine
ในแต่ละวันมีคนเข้าใช้บริการ Search Engine เพื่อค้นหาข้อมูลหลายล้านครั้งต่อวัน จึงทำให้เว็บไซต์จำนวนมากพยายามนำ Search Engine เข้ามาใช้ในการทำการตลาด ซึ่งหนึ่งในวิธีการนั้นก็คือการทำSEO กับเว็บไซต์ของบริษัท หรือร้านค้า เพื่อให้ผู้ใ้ช้งาน Search Engine เห็นเว็บไซต์ของเรา และมีโอกาสขายสินค้า หรือบริการได้มากขึ้นโดยระยะเวลาในการทำ SEO นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รูปแบบของเว็บไซต์ เนื้อหาของเว็บไซต์ จำนวนเว็บไซต์ของคู่แข่ง และสำคัญสุดเห็นจะเป็นเรื่องของ คำค้นหา (Keyword) ที่เราต้องการให้ทำอันดับใน Search Engineจะขอยกตัวอย่างสถานะการณ์ ที่เราควรใช้ SEO มาช่วยในการขาย เว็บขายเสื้อผ้าน่าจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย และเห็นภาพได้ชัดเจน
สมมุติว่านาย ก. มีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า และมีความต้องการจะเปิดตลาดภายในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของเขาคือ ผู้มีความต้องการสั่งซื้อเสื้อผ้าจำนวนมากไปขายต่อ โดยสินค้าของเขาเป็นสินค้ากลุ่มวัยรุ่น ตามแฟชั่น ซึ่งสินค้าที่ขายดีสุดของเขาปัจจุบันเห็นจะเป็นเสื้อผ้าแนวเกาหลี แต่ปัญหาเขาคือลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในระแวกนั้น และนับวันจะมีคู่แข่งที่คอยมาตัดราคา ทั้งๆที่ต้นทุนนับวันจะสูงยิ่งขึ้น ซึ่งทางออกเดียวที่พอจะมองเห็นคือการเปิดตลาดให้กว้าง โดยการทำให้คนรู้จักว่ามีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งนี้อยู่
ทางออกหนึ่งที่น่าจะเหมาะสม และต้นทุนไม่แพงนักก็คือการจัดทำเว็บไซต์เพื่อนำเสนอสินค้าบนอินเทอร์เน็ต เขาจึงตัดสินใจว่าจะทำเว็บไซต์ขึ้นมาเว็บหนึ่งชื่อว่า “shirt.in.th” สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือว่าจ้างบริษัทจัดทำเว็บไซต์ และนำข้อมูลสินค้าของเขาใส่ลงไปยังหน้าเว็บ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแต่ติดอย่างหนึ่งคือเวลาผ่านไปก็ 3-4 เดือน เว็บของเขาแทบจะไม่มีคนเข้ามาดูเลย ซึ่งเหตุผลหลักก็คือ ไม่มีใครรู้ว่ามีเว็บของเขาอยู่ในโลกแห่งนี้
เขาพยายามหาคนเข้าเว็บด้วยการโฆษณาตามเว็บดังๆ ต่างๆ ด้วยค่าใช้จ่ายเดือนนึงหลายพัน หากเว็บใหญ่ๆ ก็หลักหมื่นต่อเดือน แต่ยอดขายกลับไม่มากตามจำนวนเงินที่จ่ายไป จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับแนวทางการทำตลาดอีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือ SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งมันจะทำให้เว็บของเขาปรากฎต่อสายตาชาวโลกบนหน้าผลการค้นหา โดยที่เขาไม่ต้องจ่ายเงินค่าลงโฆษณาให้กับ Google หรือ Yahoo แต่อย่างใด
โดยสรุปแล้วสิ่งที่ นาย ก. จะได้รับจากการทำ SEO คือ
1. นาย ก. มีลูกค้าที่มาจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายในการเปิดตลาดครั้งนี้
2. จำนวนผู้เยี่ยมชมจำนวนมากจาก Search Engine อย่าง Google, Yahoo หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
3. ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของการแสดงผลบนหน้าค้นหา
4. จะมีคนคลิ๊กมายังเว็บของเราผ่าน Search Engine กี่ครั้ง เราก็ไม่ต้องเสียเงิน
5. ตำแหน่งของเว็บไซต์จะอยู่นานเท่านาน ตราบใดที่เว็บเรายังคงซึ่งคุณภาพเพียงพอ
6. ค่าใช้จ่ายในกรณีที่จ้างผู้ รับทำ SEO ทำให้ โดยรวมแล้วจะถูกกว่าโฆษณาในรูปแบบอื่น และคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว
1. Google Search Engine
2. Yahoo Search Engine
ในแต่ละวันมีคนเข้าใช้บริการ Search Engine เพื่อค้นหาข้อมูลหลายล้านครั้งต่อวัน จึงทำให้เว็บไซต์จำนวนมากพยายามนำ Search Engine เข้ามาใช้ในการทำการตลาด ซึ่งหนึ่งในวิธีการนั้นก็คือการทำSEO กับเว็บไซต์ของบริษัท หรือร้านค้า เพื่อให้ผู้ใ้ช้งาน Search Engine เห็นเว็บไซต์ของเรา และมีโอกาสขายสินค้า หรือบริการได้มากขึ้นโดยระยะเวลาในการทำ SEO นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รูปแบบของเว็บไซต์ เนื้อหาของเว็บไซต์ จำนวนเว็บไซต์ของคู่แข่ง และสำคัญสุดเห็นจะเป็นเรื่องของ คำค้นหา (Keyword) ที่เราต้องการให้ทำอันดับใน Search Engineจะขอยกตัวอย่างสถานะการณ์ ที่เราควรใช้ SEO มาช่วยในการขาย เว็บขายเสื้อผ้าน่าจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย และเห็นภาพได้ชัดเจน
สมมุติว่านาย ก. มีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า และมีความต้องการจะเปิดตลาดภายในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของเขาคือ ผู้มีความต้องการสั่งซื้อเสื้อผ้าจำนวนมากไปขายต่อ โดยสินค้าของเขาเป็นสินค้ากลุ่มวัยรุ่น ตามแฟชั่น ซึ่งสินค้าที่ขายดีสุดของเขาปัจจุบันเห็นจะเป็นเสื้อผ้าแนวเกาหลี แต่ปัญหาเขาคือลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในระแวกนั้น และนับวันจะมีคู่แข่งที่คอยมาตัดราคา ทั้งๆที่ต้นทุนนับวันจะสูงยิ่งขึ้น ซึ่งทางออกเดียวที่พอจะมองเห็นคือการเปิดตลาดให้กว้าง โดยการทำให้คนรู้จักว่ามีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งนี้อยู่
ทางออกหนึ่งที่น่าจะเหมาะสม และต้นทุนไม่แพงนักก็คือการจัดทำเว็บไซต์เพื่อนำเสนอสินค้าบนอินเทอร์เน็ต เขาจึงตัดสินใจว่าจะทำเว็บไซต์ขึ้นมาเว็บหนึ่งชื่อว่า “shirt.in.th” สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือว่าจ้างบริษัทจัดทำเว็บไซต์ และนำข้อมูลสินค้าของเขาใส่ลงไปยังหน้าเว็บ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแต่ติดอย่างหนึ่งคือเวลาผ่านไปก็ 3-4 เดือน เว็บของเขาแทบจะไม่มีคนเข้ามาดูเลย ซึ่งเหตุผลหลักก็คือ ไม่มีใครรู้ว่ามีเว็บของเขาอยู่ในโลกแห่งนี้
เขาพยายามหาคนเข้าเว็บด้วยการโฆษณาตามเว็บดังๆ ต่างๆ ด้วยค่าใช้จ่ายเดือนนึงหลายพัน หากเว็บใหญ่ๆ ก็หลักหมื่นต่อเดือน แต่ยอดขายกลับไม่มากตามจำนวนเงินที่จ่ายไป จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับแนวทางการทำตลาดอีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือ SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งมันจะทำให้เว็บของเขาปรากฎต่อสายตาชาวโลกบนหน้าผลการค้นหา โดยที่เขาไม่ต้องจ่ายเงินค่าลงโฆษณาให้กับ Google หรือ Yahoo แต่อย่างใด
โดยสรุปแล้วสิ่งที่ นาย ก. จะได้รับจากการทำ SEO คือ
1. นาย ก. มีลูกค้าที่มาจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายในการเปิดตลาดครั้งนี้
2. จำนวนผู้เยี่ยมชมจำนวนมากจาก Search Engine อย่าง Google, Yahoo หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
3. ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของการแสดงผลบนหน้าค้นหา
4. จะมีคนคลิ๊กมายังเว็บของเราผ่าน Search Engine กี่ครั้ง เราก็ไม่ต้องเสียเงิน
5. ตำแหน่งของเว็บไซต์จะอยู่นานเท่านาน ตราบใดที่เว็บเรายังคงซึ่งคุณภาพเพียงพอ
6. ค่าใช้จ่ายในกรณีที่จ้างผู้ รับทำ SEO ทำให้ โดยรวมแล้วจะถูกกว่าโฆษณาในรูปแบบอื่น และคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
